การตั้ง Domain Name

สวัสดีค่ะ คุณ {!name}

ช่วงนี้ เป็นช่วงวิกฤติของใครหลายๆ คนกันมากมายเลยนะคะ… ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองที่ร้อนแรง หรือเรื่องการระงับการใช้ PPC กับเว็บ Amazon ทำให้ความเครียดหลายๆ อย่างสะสม ไม่เป็นไรนะ… ทางไม่สิ้น เราก็ต้องดิ้นมันต่อไป.. สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนและทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้นค่ะ

แต่ AdSense ยังอยู่ดีนะคะ เรายังต้องสามารถตั้งหน้า ตั้งตาทำ blog ดีๆ ให้คนทั่วโลกได้รับรู้และยังหารายได้กันต่อไปค่ะ.. วันนี้ เปิ้ลเลยอยากจะมานำเสนอเกี่ยวกับวิธีการตั้งชื่อโดเมนให้โดนใจค่ะ เพราะหลายๆ คนที่โดนกฏของ amazon เข้าไปแล้วก็คงเริ่มทำเว็บใหม่กัน รวมถึงคนที่ทำ AdSense อยู่แล้วก็คงต้องทำเว็บเพิ่ม แล้วคราวนี้ ลองมาดูกันซิค่ะว่า วิธีการตั้งชื่อโดเมนให้โดนใจนั้น สามารถทำได้อย่างไร

เวลา ตั้งชื่อนั้น อย่าตั้งใจว่าจะเลือกใช้ชื่อเพียงชื่อเดียว หรือคิดมาเพียงชื่อเดียว แต่ควรทำรายการขึ้นมาว่าชื่อไหนบ้างที่เป็นไปได้ ที่คุณคิดว่าเหมาะสมกับธุรกิจที่คุณจะทำ หรือเป็นชื่อที่น่าจะยังไม่มีใครใช้งานอยู่ ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบรายชื่อที่คุณต้องการจะใช้นั้นได้ฟรีจาก whois (http://domains.thinkhost.com/whois.php) แล้วคุณจะรู้ว่ามีคนใช้ชื่อโดเมนนั้นไปหรือยัง ซึ่งถ้ามีแล้ว ก็คงจะต้องกลับมาคิดใหม่อีก และอาจจะต้องตรวจสอบอีกหลายๆ รอบ

การตรวจสอบชื่อโดเมนด้วยการพิมพ์ที่อยู่ลงไปในเว็บเบราเซอร์นั้น ไม่ใช่หนทางตรวจสอบที่ถูกต้องแม่นยำนักในการค้นหาความเป็นเจ้าของชื่อโดเมน เพราะประมาณ 86% ของชื่อโดเมนทั้งหมดในปัจจุบันไม่ได้ลงทะเบียนไว้ในอเมริกา ซึ่งการใช้บริการของ Whois จะสามารถตรวจสอบชื่อโดเมนได้ดีกว่า

เลือกตั้งชื่อด้วยคำทั่วๆ ไป, ชื่อบริษัท หรือเครื่องหมายการค้า

คนส่วนใหญ่มักจะเลือกลงทะเบียนชื่อโดเมนด้วยชื่อบริษัทบริษัทของตัวเอง แต่ก็ควรที่จะพิจารณาถึงการเลือกคำทั่วๆ ไป หรือชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณเอาไว้ด้วย ซึ่งชื่อที่เลือกมานี้ไม่ใช่แค่ง่ายต่อการจดจำเท่านั้น แต่ควรจะเลือกชื่อที่ขายได้ง่าย มีโอกาสสร้างมูลค่าได้สูง เพราะในอนาคตคุณอาจจะขายเว็บไซต์ของคุณไปให้คนอื่นก็ได้

นอกจากนี้ ยังถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำการตรวจสอบชื่อที่คุณจะลงทะเบียน อีกทั้งยังจะต้องตรวจสอบเครื่องหมายการค้า โลโก้ของคุณไม่ให้ซ้ำกับผู้อื่นที่ได้มาจดทะเบียนไว้ก่อนหน้าคุณ แม้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะเลือกจดเทียนชื่อเว็บไซต์เป็นชื่อเดียวกับชื่อบริษัท เพื่อหวังว่าจะทำให้การดำเนินการในเรื่องการจดทะเบียนทำได้ง่าย ไม่ต้องยุ่งยากในการตรวจสอบ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแลย เพราะแม้ว่าคุณจะมีชื่อบริษัท หรือเครื่องหมายการค้าที่ไม่ซ้ำใครในโลกธุรกิจธรรมดา แต่ในโลกไซเบอร์แล้ว ชื่อบริษัทของคุณอาจจะไปตรงกับชื่อเว็บไซต์ของใครก็ไม่รู้ที่ได้ไปจดทะเบียน ไว้ก่อนหน้าคุณ ซึ่งถ้าคุณต้องการใช้ชื่อโดเมนที่จดทะเบียนไว้แล้ว เพราะตรงกับชื่อบริษัทของคุณแล้วล่ะก็ คงต้องติดต่อผู้เป็นเจ้าของชื่อโดเมนนั้น เพื่อขายชื่อโดเมนนั้นให้กับคุณ หรือไม่ก็ต้องคิดหาชื่อโดเมนใหม่ที่ยังไม่มีใครใช้ ใกล้เคียง เหมาะสมกับธุรกิจของคุณเอง

ด้วยความแตกต่างของ 2 โลกธุรกิจ พวกหัวใสทั้งหลาย ต่างก็คิดที่จะไปจดทะเบียนชื่อโดเมนไว้ให้ใกล้เคียง หรืออาจจะเป็นชื่อเดียวกับบริษัทใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงนั้นเลย เพราะคาดหวังว่าจะขายชื่อโดเมนที่ได้ไปจดทะเบียนไว้นั้นคืนแก่ผู้เป็นเจ้า ของบริษัท ที่ต้องการใช้ชื่อโดเมนเดียวกับชื่อบริษัท

นอกจากนี้ วิธีการลงทะเบียนด้วยการสะกดชื่อแบรนด์ดังๆ ผิดนั้น ยังเป็นวิธีการที่นิยมทำกันมากในหมู่นักไซเบอร์หัวใส เพราะคาดหวังว่าจะทำให้มีผู้หลงเข้ามาในเว็บไซต์คุณบ้าง แต่วิธีการเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ผิดกติกา และไม่ควรทำอย่างยิ่ง อย่างที่เรียกกันว่า “cybersquatting?

ที่สำคัญ ชื่อทั่วๆ ไป ที่เลือกมาตั้งชื่อโดเมนของคุณนั้น ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องหมายการค้าได้ แต่อาจจะสร้างความแตกต่างของชื่อโดเมนของคุณได้ด้วยการรวมคำ หากคำที่ใช้กันทั่วๆ ไปคำเดียว ไม่สามารถใช้เป็นชื่อโดเมนเพื่อลงทะเบียนได้ ก็ลองใช้การนำคำ 2 คำมารวมกัน ซึ่งอาจจะได้คำกิ๊บเก๋ คำที่ทำให้เกิดแรงกระตุ้น จูงใจ อีกทั้งยังช่วยโปรโมทสินค้า หรือบริการของคุณด้วยอีกทางหนึ่ง เช่น solidbargain.com เป็นต้น

เลือกคำที่สั้น และจดจำง่าย

เอาหล่ะ ถ้าคุณพบแล้วว่าจะใช้ชื่ออะไร และตัดสินใจแล้วว่าจะจดชื่อนี้เป็นชื่อโดเมนเพื่อใช้ในโลกไซเบอร์ สมมุติว่าคุณเลือกใช้ชื่อ www.zack-saysevry1has2visitmywonderfulsite.com …มีอะไรผิดในชื่อนี้เหรอ? คุณอาจจะคิดว่ามันออกจะดูเป็นชื่อเฉพาะ มีเอกลักษณ์ มีนิยามในตัวเอง แต่ถ้าลองคิดพิจารณาดีๆ แล้ว ชื่อโดนเมนนี้ มีการผสมผสานทั้งตัวเลข ตัวหนังสือ แถมมีตัว hyphens คั่นกลาง และยังยาวมากๆ อีกด้วย

ชื่อโดเมนควรจะเลือกใช้ชื่อที่ง่ายต่อ การจดจำ ง่ายต่อการถ่ายทอดไปยังผู้อื่นด้วยวิธีการบอกผ่านทางโทรศัพท์ ง่ายต่อการถ่ายทอดไปยังผู้อื่นในสถานที่ต่างๆ เขียนได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

หาก เป็นไปได้ ควรเลือกอักษรตัวแรกที่ใช้ตั้งชื่อโดเมนด้วยตัว ?A? เพราะระบบของ Search Engines ส่วนใหญ่จะทำการค้นหาโดยเริ่มจากอักษรตัวแรกเมื่อเรียงตามอักขระ ซึ่งจะทำให้ชื่อโดเมนของเว็บไซต์คุณมีโอกาสขึ้นไปอยู่ในหน้าผลลัพธ์ของ Search Engine ได้ง่าย เพราะเป็นตัวอักขระอันดับแรกของการค้นหา

ชื่อโดเมนควรทำให้สั้น กะทัดรัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในระยะอันใกล้นี้ คาดว่าชื่อเว็บไซต์ที่ใช้ตัวอักษรแค่ 3 หรือ 4 ตัว และจดทะเบียนภายใต้ .com และ .net นั้น จะจดทะเบียนได้ยากเต็มที เพราะมีคนชิงตัดหน้าจดทะเบียนไปแล้วซะหมด

โชคไม่ดีที่เราไม่ได้เริ่มคิดจะทำเว็บไซต์ ตั้งแต่กลางปี 90 ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ต้องมานั่งคิด พิจารณาถึงจุดนี้กันสักเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นคงยังไม่มีใครไปจดทะเบียนชื่อโดเมนกันมากนัก

เลือกจดทะเบียนกับโดเมนที่นิยมใช้กันในวงกว้าง

ปัจจุบันหลายประเทศ ได้เปิดให้เช่าใช้โดเมน เพื่อที่จะได้ขยายขอบเขตการใช้งานไปในวงกว้าง ซึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน คือ.tv ที่เป็นของ Tuvalu นั้นปัจจุบันได้มีการนำไปใช้ทั่วโลก อีกทั้งยังติดอันดับโดเมนที่นิยมใช้มากที่สุดอีกด้วย โดยมีการใช้ .tv ไปแล้วกว่า 250 ประเทศทั่วโลก ซึ่งโดเมนที่ได้รับความนิยมสูงนอกเหนือไปจาก .com และมีการใช้งานกันในวงกว้าง ได้แก่ .biz และ .info

มีทางเลือกอีกมายมาย หากคุณจะไม่เลือกจดทะเบียนโดเมนด้วย .com อย่างเช่น .net, .biz หรือ .tv เป็นต้น แต่จงคิด พิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้โดเมนอะไร ไม่ใช่แค่ตัดสินใจเพราะด้วยราคาค่าเช่า หรือค่าลงทะเบียนเท่านั้น แต่ต้องมองถึงว่าโดเมนที่เลือกไปจดทะเบียนนั้นมีการใช้งานในวงกว้าง มีการยอมรับมากน้อยแค่ไหนด้วย

ปัจจุบันมีโดเมนให้เลือกจด ทะเบียนมากมาย ซึ่งการจะลงทะเบียนด้วยโดเมน .com นั้นจะต้องรอคิวนานมาก จนอาจจะทำให้ชื่อโดเมนที่ต้องการลงทะเบียนในเวอร์ชั่น .com นั้นได้มีการใช้งานไปแล้ว จึงจำเป็นต้องไปจดทะเบียนชื่อโดเมนที่ต้องการในโดเมนเวอร์ชั่นอื่น โดยอาจจะเลือกใช้ .net แทนโดเมน .com เป็นต้น

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการเลือกจดทะเบียนในเวอร์ชั่นอื่น ที่ยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายนั้น อาจจะต้องทำให้คุณเพิ่งงบโฆษณา เพื่อโปรโมทชื่อเว็บไซต์ของคุณให้เป็นที่ติดหู ติดตา ผู้บริโภค ไม่เช่นนั้นอาจจะมีคนเข้าเว็บไซต์ของคุณผิด เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับโดเมน .com อยู่นั่นเอง

ส่วนการเลือกโดเมนที่ใช้เฉพาะในประเทศ เพื่อประกาศความหยิ่งทะนงในความเป็นชาติของตัวเอง หรือแสดงความรักชาตินั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่พึงระลึกไว้ด้วยว่าในโลกของอินเทอร์เน็ตนั้นได้ลดช่องว่าง และทำลายความเป็นชาตินิยมให้ลดน้อย ถอยลงไปด้วย ลองคิดถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณ ถ้ามีแค่คนในประเทศของคุณเท่านั้นที่เข้ามาดูเว็บไซต์ของคุณได้ นั่นหมายถึงการจำกัดขอบเขตของธุรกิจของคุณไปด้วยในตัว

ซึ่งการเลือกโดเมนที่เจาะจงใช้เฉพาะในประเทศ ก็ดีอยู่หรอก แต่อย่างลืมว่าเรากำลังก้าวข้ามโลกธุรกิจในความเป็นจริง ไปสู่โลกออนไลน์ ที่เชื่อมต่อกับผู้คนได้ทั่วโลก แล้วทำไมจะต้องจำกัดตัวเองด้วยเล่า? ทำไมไม่เลือกจดทะเบียนกับโดเมนที่ได้รับการยอมรับ และนิยมใช้กันทั่วโลก อย่าง .com, .biz, .info หรือ .net กันหล่ะ

อย่าลงทุนกับชื่อโดเมนจนเกินงาม

ผู้คนมากมายต่างครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะได้รับจากชื่อโดเมน มีการยื้อแย่งลงทะเบียนในโดเมนที่ได้รับความนิยม นักลงทุนต่างได้รับผลกำไรมหาศาลจากการขายชื่อโดเมน ซึ่งการที่ผู้ที่ต้องการจะเปิดเว็บไซต์ไปลงทุนกับชื่อโดเมนอย่างมากมาย จนทำให้ตลาดการขายชื่อโดเมนมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ ได้กลายเป็นความล้มเหลวของธุรกิจของตัวเองในช่วงพริบตา และยากที่จะกู้กลับคืนมา

ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า อย่านำเงินรายได้ที่หามาได้อย่างยากเย็นไปทุ่มกับการจดทะเบียนชื่อโดเมนจน เกินงาม (นอกเสียจากว่าคุณยินดีที่จะเสียเงินนั้นไปให้กับชื่อโดเมนที่คุณต้องการ) เพราะชื่อ ก็แค่คำภาษาอังกฤษทั่วๆ ไปคำหนึ่ง ไม่ได้มีมูลค่าอะไรจริงจัง ดังนั้นจงอย่าไปทุ่มทุนกับมันนัก สู้เอาเงินไปลงทุนในส่วนอื่นของธุรกิจน่าจะดีกว่า

ระวังนักต้มตุ๋น

การลงทะเบียนชื่อโดเมนนั้น คุณต้องไปจดทะเบียนชื่อโดเมนกับบริษัทที่รับจดทะเบียนชื่อโดเมนโดยเฉพาะ ซึ่งหาได้ไม่ยากเลยบนอินเทอร์เน็ต แต่คุณต้องระมัดระวังมากๆ ว่าใครที่คุณไปลงทะเบียนชื่อโดเมนด้วย ซึ่งบริษัทรับจดทะเบียนจะมีขนาดใหญ่ หรือเล็ก ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก

ตัวอย่างเช่น บริษัทข้ามชาติเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีได้เสนอราคาค่าลงทะเบียนชื่อโด เมนมาที่อัตรา 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งในราคานี้ลูกค้าอาจจะได้รับการบริการที่แย่มากๆ ล่าช้า และได้รับบริการฟรีที่มาพร้อมกับแพคเกจน้อยมากๆ แต่ในขณะเดียวกัน อาจจะมีบริษัทขนาดเล็ก ที่คิดราคาค่าจดทะเบียนปีละ 9.95 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ให้บริการที่ดีกว่า แตกต่างจากบริษัทใหญ่ๆ เลยก็ได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะไปจดทะเบียนกับบริษัทรับจดทะเบียนโดเมนแห่งใด ก็ต้องระมัดระวังให้ดีว่า ภายใต้ราคาค่าบริการดังกล่าวนั้น มีอะไรแอบแฝงอยู่หรือไม่ และควรพิมพ์รายละเอียดข้อตกลง ค่าบริการต่างๆ เก็บเอาไว้เป็นหลักฐานด้วย เผื่อเกิดปัญหาภายหลังจะได้มีหลักฐานยืนยันได้

บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมน และบริการจัดเก็บพื้นที่เว็บไซต์ 2 บริการที่แยกจากกัน

หลายๆ คนยังคงเข้าใจว่า เมื่อจดทะเบียนชื่อโดเมนแล้ว (Domain Regisration) จะรวมพื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์ (Hosting) เอาไว้ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเป็นแค่บางแพ็กเกจ บางโปรโมชั่นเท่านั้น ที่รวมเอาพื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์เอาไว้ให้ด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ให้บริการทั้งหลายได้แยกบริการทั้ง 2 ส่วนนี้ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผู้ที่ต้องการมีเว็บไซต์ของตัวเองทั้งหลายคงต้องทำความเข้าใจกันเสีย ใหม่

ขอความสำเร็จอยู่คู่คุณ!
apple_lin

Be Sociable, Share!

Comments (5)

  1. jeska

    ^^’ mai ja miss you ple

    By jeska

    Reply
  2. jeska

    com in Pub ^^

    jeska

    Reply
  3. ติดแก๊ส

    ใจจ้าเนื้อหาดีจัง ขอบคุณน้า

    Reply
  4. ขาย server

    แต๊งครับ บทความคุณภาพจริงๆ

    Reply
  5. mosquita da dengue

    Hi i found your blog using msn. This is a very well written article. I will make sure to bookmark it and come back to read more later. Thanks for this post

    Reply

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>