Tag Archives: กองทุน

10 Tips for Cash management in New Year

???? :Happy New Year..2012

มา็เช็คยอด Google AdSense ผ่าน google Chrome กันนะคะ

ตอนนี้หากมีใช้ google chrome อยู่ และอยากจะเช็คยอด google adsense ผ่านทาง google chrome โดยไม่ต้อง log in ผ่านเว็บไซต์เข้าไปดูแล้วล่ะก็ สามารถไปเพิ่มเติม extension ให้ google chrome ของเราได้ที่ https://chrome.google.com/webstore/detail/omioeahgfecgfpfldejlnideemfidnkc

ลองนำไปใช้งานนะคะ สะดวกดีมากๆ จริงๆ ค่ะ และวันนี้มีบทความเกี่ยวกับเรื่องการบริหารการเงินให้ด้วยค่ะ ^__^

แม้ว่าเรื่องการบริหารเงินจะเป็นเรื่องที่จำเป็นที่พวกเราจะทำกันทุกวัน แต่อย่างไรก็ตามเป็นประเพณีของเราของเราที่มักหาสิ่งดีๆ ให้กับตนเองเมื่อปีใหม่มาถึง วันนี้เปิ้ลจึงขอแนะนำ 10 เคล็ดลับการบริหารเงินให้กับพวกเราทุกคนได้อ่านกันค่ะ
1. จับจ่ายอย่างพอเพียงในสิ่งที่คุ้มค่า และใช้จ่ายน้อยกว่าที่หาได้
ฟังดูอาจง่าย แต่เชื่อมั้ยค่ะ เรื่องนี้กลับเป็นเรื่องที่หลายๆ คนไม่สามารถออมเงินได้มากตามที่ตั้งใจไว้ โดยเฉพาะช่วงท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่หลายๆ ที่มีโปรโมชันส่งเสริมการขายมากมายจนเราอดใจไม่ไหวที่จะซื้อ พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ
ข้อแนะนำ เมื่อมีรายได้ ก็รีบกันส่วนหนึ่งออมไว้ก่อนตามที่ตั้งใจ ที่เหลือค่อยไว้สำหรับใช้จ่าย

2. จัดทำงบประมาณ และยึดมั่นกับงบประมาณที่ทำไว้
งบประมาณไม่ใช่เรื่องเรื่องของบริษัทเท่านั้น เป็นเรื่องของพวกเราด้วยเช่นกัน ในการทำงบประมาณ เราต้องประเมินว่ารายได้เราเป็นอย่างไร มั่นคงแค่ไหน ส่วนค่าใช้จ่ายก็ดูว่าเรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง อันไหนจำเป็น อันไหนไม่จำเป็น ที่ไม่จำเป็นก็อย่าใช้หรือลดค่าใช้จ่ายลง เราก็จะรู้ว่าแต่ละเดือนเรามีเงินเหลืออยู่เท่าไหร่ และยึดมั่นกับงบประมาณที่เราทำนั้น
ข้อแนะนำ ทำงบประมาณเป็นลายลักษณ์อักษร และทำบนพื้นฐานของข้อมูลจริง และบนความสามารถที่เราจะทำได้

3. อย่าเป็นหนี้บัตรเครดิต
พยายามชำระหนี้บัตรเครดิตให้ตรงเวลา การชำระหนี้ช้ากว่ากำหนด เราจะเสียค่าปรับ และต้องจ่ายดอกเบี้ยที่แสนแพง (คุณสามารถหาดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของของสินเชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต ฯลฯ ของสถาบันการเงินต่างๆ ได้ที่ http://www2.bot.or.th/feerate/indes.aspx)
ข้อแนะนำ คุณอาจใช้การหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติสำหรับการชำระหนี้บัตรเครดิต และหนี้รายการสำคัญอื่นๆ เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ เพื่อสร้างวินัยในการชำระหนี้

4. ออมเงินเพื่อวัยเกษียณ
อายุเรายืนยาวขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตวัยเกษียณก็ยาวนานขึ้น หากเราไม่วางแผนออมเงินเพื่อวัยเกษียณในวันนี้ เราอาจต้องพบกับปัญหาด้านการเงินในช่วงเกษียณได้ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นคุณอาจไม่มีใครที่คุณจะพึ่งพิงได้
ข้อแนะนำ มีการออมเงินเพื่อยัยเกษียณมากมาย ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต หรือกองทุน RMF ซึ่งนอกจากจะช่วยเราออมเงินแล้ว ยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีก

5. ใช้ระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
มีเงินให้ออมก่อน เหลือค่อยใช้ คือหลักการเบื้องต้นที่สำคัญสำหรับการออมเงินวิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือ ใช้ระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เหมือนกับที่เราหักจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ นั่นเอง เพียงแต่ครั้งนี้เป็นการจ่ายสำหรับเป็นเงินออมให้ตนเองได้ในอนาคต
ข้อแนะนำ ติดต่อธนาคารที่เรามีบัญชีเงินฝากอยู่เพื่อขอใช้บริการ และควรกำหนดให้หักในช่วงเวลาที่เรามีเงิน เช่น ช่วงเงินเดือนออก และในจำนวนเงินที่เราสามารถออมได้ เพราะหากธนาคารหักไม่ได้ ก็จะยกเลิกการให้บริการ และควรศึกษาเรื่องค่าธรรมเนียมในการหักบัญชีด้วย

6. ลงทุน
ดอกเบี้ยเงินฝากก็ต่ำแสนต่ำและคงต่ำลงไปอีกระยะหนึ่งตราบใดที่รัฐบาลยังต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นหากเราต้องการความมั่นคงในอนาคต เราก็จำเป็นต้องลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น แตะก็ระลึกไว้เสมอว่า ?ผลตอบแทนที่สูงมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน?
ข้อแนะนำ ปรึกษาหรือเข้าดูเว็บสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ธนาคาร หรือบริษัทหลักทรัพย์ ฯลฯ เพื่อศึกษารายละเอียด และขอคำปรึกษาด้านการเงินก่อนการตัดสินใจลงทุน

7. หาผลประโยชน์สูงสุดจากงานที่ทำ
ไม่ใช่แนะนำให้เราโกงหรือยักยอกทรัพย์สินของบริษัทหรือองค์กรที่เราทำอยู่นะ แต่แนะนำให้ให้เราทำงานให้เต็มความสามารถและพัฒนาตัวเราตลอดเวลา เมื่อผลงานเราดี เราก็ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดี ไม่ว่าจะเป็นโบนัส หรือการขึ้นเงินเดือน นอกจากนั้นการเข้าร่วมในสวัสดิการที่บริษัทให้ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพกลุ่ม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฯลฯ ก็เป็นช่องทางที่เราสามารถหาประโยชน์สูงสุดจากงานที่ทำ

ข้อแนะนำ เพียงเราทำงานให้เก่งกว่า ทุ่มเทมากกว่าคนอื่นๆ ให้บริษัทเพียง 5% เสมอ เราก็สามารถสร้างผลประโยชน์จากงานที่ทำได้มากกว่าคนอื่นๆ หลายเปอร์เซ็นต์

8. ประเมินความพอเพียงของประกันที่เราทำ
เมื่ออายุเราเปลี่ยน สิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยน ไม่ว่าจะเป้นสุขภาพ ภาระความรับผิดชอบ ความมั่นคงของรายได้ ฯลฯ ประกันชีวิตที่เคยเหมาะสมสำหรับเราเมื่อสมัยวัยรุ่น ตอนนี้อาจไม่เหมาะสมแล้ว (ก็ช่วงวัยรุ่นสุขภาพก็ก็ยังแข็งแรง ยังโสด ไม่มีภาระ ตอนนี้ก็แก่แล้ว สุขภาพก็ไม่ดี แถมยังมีลูกหลายต้องคอยดูแลอีก) เราจึงควรต้องบริหารความเสี่ยงของเราด้วยการทำประกันชีวิตที่เหมาะสมกับชีวิตเราที่เปลี่ยนไป
ข้อแนะนำ ปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินที่วางใจได้ หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองโทร 02-680-3333 ธนาคารเกียรตินาคิน มีที่ปรึกษาทางการเงินที่พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำประกันชีวิตที่เหมาะสมกับคุณ

9. ปรับปรุงพินัยกรรม
ขณะที่ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นบ่อยมาก ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราเองในอนาคต การทำพินัยกรรมจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น แต่พวกเราเองส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครทำพินัยกรรมกัน
ข้อแนะนำ ปรึกษาสำนักกฏหมายหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามสำนักงานเขตเกี่ยวกับการทำพินัยกรรมที่สามารถมีผลทางกฏหมาย

10. Keep Good Records
ไม่เพียงพินัยกรรมที่เราต้องทำ การทำบัญชีทรัพย์สินของเราก็ต้องทำด้วยเหมือนกัน ไม่งั้นอาจเป็นเหมือนอย่างกรณีของคนที่บริจาคเตียงที่มีทรัพย์สินมูลค่าหลักล้านซ่อนอยู่ที่หัวเตียงให้พระพยอม วัดสวนแก้ว กว่าจะหาตัวทายาทเพื่อคืนทรัพย์สินได้ ทายาทก็เกือบไม่ได้ทรัพย์สินก้อนนั้นแล้ว นอกจากนี้การทำบัญชีทรัพย์สินจะช่วยให้เรารู้ว่าปัจจุบันเรามีความมั่นคงอยู่เท่าไหร่ มีภาระหนี้อย่างไรบ้าง
ข้อแนะนำ ทำบัญชีทรัพย์สินเสมอ และบอกคู่ชีวิตหรือคนที่ไว้ใจว่าบัญชีดังกล่าวเก็บไว้ที่ไหน เพื่อว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นจะได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

ทั้งหมดนี้เป็น 10 เคล็ดลับด้านการเงินอย่างง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถสร้างความมั่งคั่งได้ในอนาคต

ที่มา : ธนาคารเกียรตินาคิน

12 Jan 2012

Invest with LTF

ใกล้สิ้นปีแล้ว ใกล้ black friday เทศกาลทำเงินที่พวกเรารอคอยอยู่กันด้วยใช่ไหมค่ะ? ในระหว่างนี้ ถ้าใครอยากจะลงทุนระหว่างรอ ก็ลองมองดูการซื้อ กองทุน LTF กันดูนะคะ โดยสามารถศึกษารายละ้เอียดจากบทความ ข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ ^__^ 

ความนิยมในการลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา ยอดเงินลงทุนในกองทุน LTF สูงถึง 129,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ประมาณ 51.56%? ประโยชน์หลักของการลงทุนกองทุน LTF คือการลดหย่อนภาษี และกำไรจากการลงทุน แต่ใช่ว่า การลงทุนในกองทุน LTF จะเหมาะกับทุกคน เพราะการลงทุนในกองทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นการลงทุนในกองทุนหุ้น นักลงทุนจึงมีโอกาสขาดทุนได้ บทความฉบับนี้จึงขอแนะนำวิธีการลงทุนกองทุน LTF ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดค่ะ?? พิจารณาฐานภาษีสูงสุดของคุณว่าอยู่ที่เท่าไร

หลักการคิดจำนวนเงินที่จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการลงทุนกองทุน LTF คือ

ยกตัวอย่างเช่น คุณมีฐานภาษีสูงสุด 20% และซื้อกองทุน LTF เป็นเงิน 50,000 บาท ดังนั้น คุณจะสามารถลดหย่อนภาษีจากการลงทุนครั้งนี้ได้ 10,000 บาท (ทั้งนี้ ยอดเงินที่สามารถลดหย่อนภาษีอาจน้อยกว่า 10,000 บาท หากรายได้ที่ตกในฐานภาษี 20% เป็น เงินน้อยกว่า 50,000 บาท) ดังนั้น คนที่มีฐานภาษีอยู่ในระดับสูงจะได้รับประโยชน์จากการซื้อกองทุน LTF เป็นอย่างมาก เสมือนซื้อหุ้นได้ถูกกว่าคนอื่น เช่น หากคุณ???? ซึ้อกองทุน LTF ที่ดัชนี 1,000 จุด และฐานภาษีสูงสุดอยู่ที่ 30% ต้นทุนในการซื้อกองทุนของคุณจะเสมือนซื้อที่ดัชนี 700 จุด ในทางตรงกันข้าม หากฐานภาษีสูงสุดของคุณอยู่ที่ 10% คุณจะสามารถซื้อหุ้นที่ดัชนี 900 จุด ดังนั้น ในช่วงที่ดัชนีหุ้นปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก การซื้อกองทุน LTF ของผู้ที่มีฐานภาษีสูงสุดที่ 10% อาจไม่คุ้มค่า เนื่องจาก เมื่อคุณถือกองทุนครบ 5 ปีปฏิทิน และต้องการขาย คุณมีโอกาสขาดทุนจากการลงทุนครั้งนี้ เพราะต้นทุนในการลงทุนของคุณอยู่ในระดับสูง

ดังนั้น หากฐานภาษีสูงสุดของคุณอยู่ที่ 10% ก่อนซื้อกองทุน LTF อย่าลืมตรวจสอบภาวะตลาดหุ้นว่า อยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง หากดัชนีปรับตัวสูงขึ้นมามากและโอกาสปรับขึ้นได้ต่อมีน้อย ขอแนะนำให้ชะลอการซื้อกองทุน LTF ไปก่อนค่ะ

 

ทยอยซื้อกองทุน หรือซื้อก้อนเดียวปลายปีดีกว่ากัน

นักลงทุนหลายคนนิยมซื้อกองทุน LTF ช่วงเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม เนื่องจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต่างๆ มักจะจัดโปรโมชั่นที่น่าสนใจในช่วงนั้น และนักลงทุนสามารถนำเงินโบนัสที่ได้ในช่วงปลายปีมาซื้อได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ความนิยมดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ต้นทุนในการซื้อกองทุน LTF มากขึ้น ดังนั้น พวกของสมนาคุณที่คุณได้รับมีโอกาสไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น ขอแนะนำให้ลงทุนแบบทยอยซื้อดีกว่าค่ะ แต่จะทยอยซื้ออย่างไรนั้น สามารถแบ่งตามประเภทของนักลงทุนได้ 2 แบบค่ะ

1.มีเวลาติดตามสภาวะตลาด หากคุณเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การลงทุนในหุ้น และมีเวลาติดตามสภาวะตลาดแล้ว แนะนำให้ทยอยซื้อ เมื่อดัชนีหุ้นอ่อนตัวลงค่ะ

2.ไม่มีเวลาติดตามสภาวะตลาด หากคุณงานยุ่งจนไม่สามารถติดตามภาวะตลาดหุ้นได้ แนะนำให้ลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging หรือซื้อแบบเฉลี่ยราคา เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ปัจจุบัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหลายแห่งมีบริการหักเงินจากบัญชีเงินฝากออม ทรัพย์อัตโนมัติ เพื่อลงทุนในกองทุน LTF จะช่วยให้คุณสามารถลงทุนได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นค่ะ

 

 

 

ศึกษาข้อมูลกองทุน LTF ต่างๆ ก่อนเข้าลงทุน

ปัจจุบัน กองทุน LTF ในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 52 กองทุน จาก 20 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ดังนั้น การเลือกซื้อกองทุน LTF คงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ คน ขอแนะนำเทคนิคในการซื้อกองทุน LTF ดังนี้

1.เลือกนโยบายการลงทุน กองทุน LTF มีนโยบายลงทุนในหุ้นอย่างน้อย 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ดังนั้น ผลการดำเนินงานของกองทุนมักจะเคลื่อนไหวขึ้นลงตามภาวะตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นลง คุณสามารถเลือกลงทุนในกองทุนที่ระบุว่าลงทุนในหุ้นไม่เกิน 70% หรือ 75%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน หรือเลือกกองทุนที่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Short Futures) ซึ่งจะช่วยให้มูลค่าหน่วยลงทุนไม่แกว่งตัวตามการขึ้นลงของตลาดหุ้น

2.เลือกนโยบายการจ่ายเงินปันผล กองทุน LTF มีทั้งแบบจ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินปันผล หากคุณเลือกแบบจ่ายเงินปันผล คุณมีโอกาสได้รับผลตอบแทนระหว่างการลงทุน แต่เงินปันผลที่ได้รับจะต้องเสียภาษี ซึ่งสามารถเลือกว่าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือนำมารวมคำนวณในการยื่นภาษีเงินได้ประจำปี โดยขอแนะนำให้เลือกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ดีกว่าค่ะ เนื่องจาก หากคุณเลือกมารวมคำนวณในการยื่นภาษีเงินได้ คุณจะต้องเสียภาษีในอัตราที่เป็นฐานภาษีสูงที่สุดของคุณ ซึ่งมีโอกาสมากกว่า 10% ค่ะ

3.เลือกกองทุนที่มีผลการดำเนินงานดี เมื่อเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะกับตนเองแล้ว การเลือกกองทุนที่จะลงทุนเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากค่ะ โดยผลการดำ เนิน งานย้อนหลังจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานย้อนหลังที่ดีไม่ใช่สิ่งที่จะรับประกันได้ว่า กองทุนจะมีผลงานที่ดีเสมอไป ดังนั้น หลังจากที่ ลงทุนกองทุน LTF ไปแล้ว คุณควรติดตามผลงานของกองทุนที่คุณถือว่ามีผลงานที่ดี เมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ หรือไม่ หากผลการดำเนินงานไม่เป็นที่น่าพอใจ คุณสามารถสับเปลี่ยนไปยังกองทุน LTF อื่นได้ในภายหลังค่ะ สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน LTF คุณสามารถตรวจสอบได้จากเวบไซต์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน: www.aimc.or.th

การซื้อกองทุน LTF แม้ว่าจะสามารถช่วยลดหย่อนภาษีได้ แต่การลงทุนในกองทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นการลงทุนในหุ้น ดังนั้น หากคุณไม่สามารถรับความเสี่ยงระดับสูง แต่ต้องการลดหย่อนภาษี คุณสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลื้ยงชีพ (RMF) หรือประกันชีวิต ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าแทนได้ค่ะ

 

 

ที่มา?: ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย
โดย :? ??เบญจมาศ จรูญวงศ์นิรมล

21 Aug 2011