Tag Archives: เทคนิค seo

5 เทรนด์ใน Modern Search Marketing

ตั้งแต่ปี 2012 และ 2013 นับว่าเป็นปีที่วุ่นวายสำหรับการทำ SEO เนื่องจาก  Google จะอัปเดตระบบอัลกอริทึ่ม Penguin เป็น Panda และตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น Hummingbird และทุกครั้งที่อัปเดตมันก็เกิดค่าใช้จ่ายขึ้นทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอันดับของเว็บไซต์ที่อาจจะตกลงแต่ยังเป็นเรื่อง traffic ที่เข้ามาในเว็บของเราฟรีๆ ที่เคยสร้างรายได้ให้บริษัทก็ลดลงด้วย ดังนั้นเราจึงควรจะหันมาสนใจเรื่อง SEO กัน ว่าในอนาคตของ SEO ในปี 2014 มีอะไรบ้าง?

ภาพรวมของ Search Marketing ได้เปลี่ยนไปเยอะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สมัยก่อนอาจจะคุยกันเรื่องทำ Paid Search ดึงคนเข้าเว็บบริษัท และทำ Online Marketing Strategy กันออกมา แต่ตอนนี้นักการตลาดหลายๆ คนก็รู้กันแล้วว่า Search ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รูปแบบหนึ่งของการตลาด แต่มันจะเป็นส่วนที่ประสานการสื่อสารในภาพใหญ่ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน และยังต้องมีการวัดผลที่จับต้องได้ผนวกเข้ากับกลยุทธ์การสื่อสารของบริษัทจึงจะถือว่าเวิร์ค

ในวันนี้ Search Marketing มีความหมายมากขึ้นกว่าที่มันเคยเป็น สมัยก่อน Google เป็นเจ้าแห่ง Search Marketing แต่ต่อมา Facebook, Twitter และ social networks ต่างๆ ก็เริ่มเข้ามาอยู่ในความสนใจของนักการตลาด Search Engine

แล้วอะไรล่ะที่นักการตลาดสมัยใหม่ควรทำ?  นักการตลาดจะสามารถอยู่เหนือการแข่งขันท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร  เราจะอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ ใน Search Marketing ที่จะช่วย engage, acquire และ retain ลูกค้าให้อยู่กับเราและสร้างกำไรได้ในระยะยาว?

 

นี่คือเทรนด์ 5 ข้อที่จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงใน Search Marketing

 

1. Search เป็นอะไรที่มากกว่า Google มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้บริษัทของคุณมีสมดุลในเรื่องนี้  จริงอยู่ว่าการทำ paid search ส่วนใหญ่เป็น Google แต่ Bing และ Yahoo! กำลังมีส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน Facebook ก็เริ่มที่จะเข้ามาในตลาดเสิร์ชเอ็นจิ้นเช่นเดียวกัน ในปี 2012 อัตราคลิกผ่านของธุรกิจขนาดเล็กบน Bing เติบโตขึ้นถึง 109%, บน Yahoo! 123% แต่ Google มีอัตราการเติบโตเพียง 32%  ในขณะที่  Facebook กำลังเข้ามา

2. Local Search และ mobile search จะเติบโตอย่างมาก  การค้นหาร้านค้าในท้องถิ่น หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Local Search นั้นกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจต่างๆ จำเป็นจะต้องเปิดให้คนค้นหาตัวเองให้เจอจาก Search Engine แผนที่ และการค้นหาจากการเช็คอินใน Geo-location การทำ Segmenting ลูกค้าผ่านทาง Geo-targeting ด้วย Paid search ก็ช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าที่ตรงกลุ่มตรงเวลามากขึ้น การใช้ Mobile Devices เพื่อการค้นหาก็เติบโต เช่นเดียวกันกับการลงทะเบียน Location ของคุณ การทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถดูได้บนมือถือก็เป็นสิ่งสำคัญ

ผลการค้นหาของ Local search จะแสดงบนหน้าแรก (ตัวอย่าง : ธนาคารกรุงศรี) ยิ่งพอมีการอัปเดตอัลกอริทึ่ม Hummingbird แล้วก็จะมีการแสดงแผนที่ที่แสดงธนาคารกรุงศรีที่อยู่ใกล้คุณมากที่สุด  หรือถ้าคุณลองค้นหา “ร้านอาหารใกล้ๆ ฉัน” เมื่อหลายเดือนก่อน Google จะโชว์เว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดคำว่า “ร้านอาหารใกล้ๆ ฉัน” แต่ตอนนี้ มันจะโชว์ผลการค้นหาร้านอาหารที่มีเรตติ้ง ที่อยู่เว็บ และแผนที่จริงของร้านอาหารที่อยู่ใกล้ตัวผู้ค้นหา กล่าวคือ มันจะค้นหาจากความหมายที่ผู้ค้นหาต้องการมากกว่าการค้นหาจากคีย์เวิร์ดตรงๆ

นอกจากนี้ ถ้าก่อนหน้านี้เราพยายามค้นหาชื่อหนังสักเรื่อง มันก็จะโชว์โรงที่ฉาย แต่ลองค้นตอนนี้สิ มันจะโชว์ว่ารอบถัดไปภายในอีกชั่วโมง จะมีหนังอะไรฉายบ้างโรงไหนใกล้ที่สุดพร้อมกับแผนที่ในด้านบน ทั้งหมดนี้เกิดจาก “Hummingbird” นั่นเอง

3. บูรณาการเอา paid search และ SEO มาสร้าง search performance Vanessa Fox ผู้สร้าง Google’s Webmaster Central และผู้แต่งหนังสือ “Marketing in the Age of Google” เคยเผยไว้ว่า อัตราคลิกผ่าน (click through rates), conversion rates และรายได้นั้นจะสูงขึ้นเมื่อ ผลการค้นหาทั้งแบบ organic และ paid listings ของเราปรากฏพร้อมกันในการค้นหาผ่าน Search Engine ผู้โฆษณาจะต้องใช้ทั้ง SEM (แบบจ่ายเงิน) และ SEO (แบบธรรมชาติ หรือ organic) อาทิ ควรจะมีคีย์เวิร์ดเดียวกันในการทำทั้ง SEM และ SEO

4. การทำ search ให้ถูกทาง  หมายถึงการทำ social ให้ถูก มันยังไม่ค่อยชัดนักที่จะบอกว่า Google หรือ Facebook จะชนะในการเป็นแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อของคนบนโลกออนไลน์ แต่มันชัดมากที่จะบอกว่าการบูรณาการ Search กับ Social ให้ทำงานด้วยกันเป็นสิ่งที่ต้องทำ

5. Content Marketing คือกุญแจสำคัญ เรากำลังพยายามที่จะไขปริศนาของ Search บางคนกำลังบอกว่าการทำ guest blogging ตายแล้ว ในขณะที่บางคนบอกว่า social media กำลังได้รับความนิยมต่างหาก

น่าเศร้าที่ว่าตอนนี้ไม่มี solution อะไรตายตัวที่จะทำอย่างที่เราต้องการได้ 100% นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไม SEO กลายเป็นอะไรที่มากกว่าการสร้างลิงก์ และทำ on-page optimization อย่างไรก็ตาม มีกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ search engine rankings และ online presence ของเราดีกว่าคนอื่นๆ นั่นก็คือ Content Marketing

เว็บเพจที่ได้รับการจัดอันดับต้นๆ บน Google มักจะมีคำอยู่ในเว็บเพจนั้นราวๆ 2,032 – 2,494 คำ และต้องมีเนื้อหาที่มีประโยชน์ เว็บเพจนั้นๆ ก็จะได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้น นี่คือสาเหตุว่าถ้าบริษัทไหนเขียนบล็อก มักจะได้รับ lead มากขึ้น 97% เมื่อเทียบกับบริษัทที่ไม่มีบล็อก เหตุผลก็คือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเยอะมีสิทธิ์ที่จะได้ลิงก์กลับจากเว็บและช่องทาง Social อื่นๆ ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้รับแทรฟฟิคเพิ่มขึ้นในภาพรวม

ที่มา : http://thumbsup.in.th/

21 Apr 2014

30 เคล็ดลับในการพัฒนา SEO Friendly

การออกแบบเว็บไซต์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

การเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบเว็บไซต์ของคุณ

การพัฒนาเนื้อหาที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ แต่มันก็ไม่ได้เป็นเพียงส่วนเดียวที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพ   การแสดงเนื้อหาอย่างถูกต้องและมีลำดับชั้น  ก็เป็นกุญแจสำคัญสำหรับเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ

Tips for user friendly navigation and functionality

1 หารือเกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์กับทีมถึงข้อกำหนดโครงการ มุ่งเน้นไปที่ความเป็นไปได้ก่อนที่จะสร้างเว็บไซต์

2 จัดกลุ่มเนื้อหาให้ตรงตามความเกี่ยวข้องและใช้คำอธิบายรายการเมนู เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลที่พวกเขากำลังมองหาได้ง่ายขึ้น

3 ใช้ Text link ในส่วน footer เพื่อ Support การนำทาง   Textlink จะมีประโยชน์มากทั้งสำหรับผู้ใช้และสำหรับ Search engine

4 ใช้  breadcrumb navigation เพื่อให้ผู้ใช้ติดตามตำแหน่งของพวกเขาในเว็บไซต์ของคุณและช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ของคุณ

5 พิจารณาแต่ละหน้าเป็น Landing page รวมถึงการให้ข้อมูลทั้งหมดกับ User

6 วางโลโก้, ข้อความหลัก เนื้อที่บนสุด   คือส่วนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดบนหน้าจอของ User  ส่วนนี้ของหน้าจอที่รู้จักกันในนามของ ‘ above the fold ‘ และมักจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใส่เนื้อหาที่สำคัญและน่าสนใจที่สุดของคุณเอาไว้

7 อย่าเปลี่ยน Template เว็บไซต์ของคุณในทุกประเภท เพราะจะทำให้ navigationในเว็บไซต์ของคุณยากขึ้น

8 หลีกเลี่ยงการใช้ horizontal scroll เนื่องจากใช้งานยาก

9 ใช้เวลานานในการโหลดเว็บไซต์จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตราการตีกลับสูงขึ้นและการจัดอันดับจะต่ำลง   Google ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าความเร็วในการโหลดหน้านั้นเป็นสัญญาณในการจัดอันดับ

10 ทำความคุ้นเคยกับหลักเกณฑ์สำหรับเว็บมาสเตอร์ของ Google   ที่ประกอบไปด้วยเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์  เพื่อเป็นประสบการณ์สำหรับผู้ใช้ได้ดีกว่า

11 หลีกเลี่ยงป๊อปอัพและการใช้งานที่ไม่จำเป็นของภาพเบลอเป็นที่น่ารำคาญสำหรับ User

12 ข้อความยาวเกินไปหรือการใช้ keywords มากเกินไป ไม่เป็น User Friendly  ในทางกลับกัน ยังเป็นอันตรายกับการจัดอันดับของหน้าเว็บและภาพของแบรนด์คุณ  เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวคุณควรใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ Keywords และใส่ใจกับสัญญาณสแปมที่เป็นไปได้ในส่วนของการวิเคราะห์ Keywords

13 ใช้งาน  html heading elements (H1 – H6)  โดยการใส่ descriptive ใน ส่วนของ  headlines  และใช้ความสำคัญนี้เพื่อประโยชน์ต่อ Search Engine

14 ใช้งานรูปภาพที่เกี่ยวข้องทั้งในรูปแบบ GIF, JPG หรือ PNG ให้เหมาะสม โดยการใส่ข้อความตรง ALT เพื่อให้ Support การแสดงผลออนไลน์

15 หากคุณต้องการให้ข้อความของคุณถูกรวบรวมและจัดทำดัชนี ไม่ควรใส่ภาพหรือแฟลช

 

การออกแบบเว็บและองค์ประกอบการตลาด

16 เรียกร้องให้ผู้ใช้ดำเนินการเกี่ยวกับ conversion

17 ทำให้มันเป็นง่ายๆเป็นไปได้สำหรับผู้ใช้ที่จะเข้าใจกระบวนการของการแปลง

18 เพิ่มมูลค่าให้กับเว็บไซต์ของคุณโดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบแสดงความคิดเห็นหรือใช้ร่วมกัน

19 ทำให้มีการแชร์เนื้อหาได้โดยใช้ social media buttons.

20 การบรรยายภาพที่น่าสนใจ

21 ตรวจสอบการใช้ภาษาสำหรับเว็บไซต์ข้ามชาติ อย่าลืมว่าเมนูในบางภาษาต้องใช้พื้นที่มากขึ้น ต้องคิดไว้ก่อนที่จะสร้าง

22 ให้แน่ใจว่าคุณจองพื้นที่สำหรับป้ายโฆษณาและไม่ลืมที่จะใช้ขนาดโฆษณามาตรฐาน

23 ใช้ปลั๊กอินข้อเสนอแนะเพื่อให้ตัวเลือกกับผู้ใช้และช่วยให้เขาเข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

24ออกแบบเว็บไซต์ให้ User Friendly น่าสนใจ  เพื่อดึงดูดผู้ใช้  ทำให้มีแนวโน้มในการจัดอันดับที่ดีขึ้น  ลดอัตราการตีกลับและเพิ่มเวลาเฉลี่ยในเว็บไซต์

 

Technical aspects of SEO friendly Website

25 อย่าสร้างเว็บไซต์ที่ใช้แฟลชทั้งหมด ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้ JavaScript และ jquery plugins  เพราะได้ผลเช่นเดียวกัน

26 หลีกเลี่ยงการใช้แฟลช

27 หลีกเลี่ยงการใช้งาน JavaScript และ AJAX  ที่มากเกินไป เพราะโทรศัพท์มือถือของ User บางรายมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้จาวาสคริปต์

28 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการออกแบบเหมาะกับความละเอียดหน้าจอมาตรฐาน โดยปกติคุณควรออกแบบเว็บไซต์สำหรับ 1024 x 768 นอกจากนี้คุณสามารถใช้สถิติของ Google Analytics ของคุณเพื่อดูความละเอียดหน้าจอส่วนใหญ่ที่ผู้เข้าชมใช้

29 ทดสอบเบราว์เซอร์ที่แตกต่างกันเพื่อให้แน่ใจว่าการแสดงผลที่เหมาะสมกับทุกบราวเซอร์

30 ปิดการใช้งานแฟลชและปลั๊กอินอื่น ๆ เพื่อดูเนื้อหาที่ search spider does อีกทางเลือกหนึ่งคุณสามารถใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ SEO Spider View feature

 

Credit : dimitriszotos

27 Feb 2014